ในยุคที่หนังฮีโร่มีให้เลือกมากมาย Hellboy คือชื่อที่ยังคงถูกพูดถึงอย่างต่อเนื่อง และได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งใน “หนังฮีโร่สายดาร์กที่ดีที่สุดตลอดกาล” ความโดดเด่นของ Hellboy ไม่ได้อยู่ที่ความแฟนตาซีอลังการเพียงอย่างเดียว แต่ยังอยู่ที่ความลึกของตัวละคร เรื่องราวเข้มข้น งานศิลป์แบบเฉพาะทาง และโทนดาร์กที่ไม่เหมือนใคร นี่คือเหตุผลให้ Hellboy ทั้งในเวอร์ชัน 2004, 2008 และแม้แต่รีบูตปี 2019 ยังคงมีผู้ชมกลับมาดูซ้ำ บอกต่อกันปากต่อปากแบบไม่หยุด
ในประเทศไทย Hellboy ขึ้นแท่นหนังที่คอหนังจำนวนมากยกให้เป็น “หนังดีที่ต้องดูให้ได้ครั้งหนึ่งในชีวิต” เพราะไม่ว่าจะมองในมุมไหน ทั้งงานสร้าง เนื้อเรื่อง คาแรกเตอร์ หรืออารมณ์ของหนัง ล้วนทำออกมาได้จัดเต็มและมีเสน่ห์เฉพาะตัวที่หนังฮีโร่อื่นไม่สามารถเลียนแบบได้
=============================
ประวัติ Hellboy – จากคอมิกสายดาร์กสู่การเป็นหนังระดับโลกที่แฟน ๆ เทใจให้
Hellboy ถูกสร้างขึ้นโดย Mike Mignola ในปี 1993 และออกเผยแพร่ภายใต้ค่าย Dark Horse Comics ลายเส้นของ Mignola ที่มีกลิ่นอายความมืดหม่น ศิลปะกอธิก และคอนทราสต์แสงเงา คือหัวใจสำคัญที่ทำให้ Hellboy โดดเด่นในวงการคอมิกทันทีเมื่อเปิดตัว
ตัวละคร Hellboy มีองค์ประกอบที่ทั้งดาร์ก ทั้งเท่ และเต็มไปด้วยความซับซ้อน
-
เป็นปีศาจที่ถูกเรียกมาจากนรก
-
ถูกเลี้ยงดูโดยมนุษย์
-
พยายามเรียนรู้ความเป็น “คน” ทั้งที่รูปร่างเป็นปีศาจ
-
แบกภาระหนักเกี่ยวกับคำทำนายโลกแตก
-
แต่ยังมีอารมณ์ขันกวน ๆ แบบที่ทำให้คนดูรักได้ง่ายมาก
ความผสมผสานระหว่างความดาร์กและอารมณ์ขันเล็ก ๆ แบบเสียดสีของเขานี่เอง ทำให้ Hellboy กลายเป็นคาแรกเตอร์ที่มีเอกลักษณ์ระดับโลก
=============================
ก้าวใหญ่บนจอภาพยนตร์ – Hellboy เวอร์ชัน 2004 ที่เปลี่ยนวงการหนังแฟนตาซี
ปี 2004 คือปีที่ Hellboy ถูกนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์ครั้งแรกโดย Guillermo del Toro ผู้กำกับที่หลงใหลในความแฟนตาซีและสิ่งมีชีวิตเหนือธรรมชาติ เขานำโลกของ Hellboy มาถ่ายทอดบนจอด้วยความละเอียดลอออย่างน่าทึ่ง ทั้งโทนภาพ องค์ประกอบศิลป์ และคาแรกเตอร์ปีศาจต่าง ๆ ที่ออกแบบได้ล้ำจนแฟนคอมิกยกย่องว่าแทบจะถอดแบบจากต้นฉบับ
Ron Perlman ในบท Hellboy สร้างความจดจำแบบถาวร เขาเล่นออกมาได้สมบูรณ์แบบ ทั้งท่าที อารมณ์ขัน ความกวน และความเจ็บปวดในใจ ทำให้แฟนหนังจำนวนมากเชื่อว่าเขา “เกิดมาเพื่อรับบทนี้โดยเฉพาะ”
ภาคนี้ประสบความสำเร็จจนมีภาคต่อ Hellboy II: The Golden Army ในปี 2008 ซึ่งถูกยกให้เป็นงานอาร์ตระดับขึ้นหิ้งของ del Toro เลยทีเดียว
=============================
Hellboy รีบูต 2019 – ความมัน โหด และดิบแบบใหม่ที่แตกต่างจากเดิม
เวอร์ชันปี 2019 นำแสดงโดย David Harbour แม้เสียงวิจารณ์จะมีทั้งทางบวกและทางลบ แต่หนังกลับได้รับความสนใจอย่างมากจากแฟนรุ่นใหม่ เพราะมีความ
-
ดิบมากขึ้น
-
รุนแรงกว่าเวอร์ชันเก่า
-
ซื่อตรงกับความดาร์กในต้นฉบับคอมิก
-
อัดแน่นด้วยฉากแอ็กชันโคตรมัน
ความกล้าฉีกสไตล์เดิมของเวอร์ชันรีบูต ทำให้ Hellboy ถูกพูดถึงอีกครั้งในโลกโซเชียล และกลายเป็นหนังที่หลายคนย้อนกลับมาดูเวอร์ชันเก่าเพื่อเปรียบเทียบ ซึ่งยิ่งทำให้กระแส Hellboy กลับมาพุ่งสูงขึ้นไปอีก
=============================
จุดเด่นที่ทำให้ Hellboy ครองใจคนดูทั่วโลก
Hellboy ไม่ได้เป็นแค่หนังฮีโร่อีกหนึ่งเรื่อง แต่มันคือประสบการณ์การดูหนังที่รวมองค์ประกอบหลายอย่างอย่างลงตัว ได้แก่
1. คาแรกเตอร์ที่ทั้งเข้ม ดาร์ก และมีอารมณ์ขัน
Hellboy อาจดูโหด แต่จริง ๆ เขาเป็นตัวละครที่อ่อนโยน มีอารมณ์ขัน และชอบทำตัวเรียบง่ายเหมือนมนุษย์ทั่วไป
2. งานศิลป์และดีไซน์ตัวละครที่เหนือชั้น
ทั้งสัตว์ประหลาด ปีศาจ สิ่งมีชีวิตต่าง ๆ ล้วนถูกออกแบบมาด้วยความวิจิตร จนเป็นลายเซ็นของแฟรนไชส์ Hellboy
3. เนื้อเรื่องมีความลึกและมีความเป็นผู้ใหญ่
นอกจากแอ็กชัน หนังยังพูดถึงตัวตน การยอมรับตัวเอง และความหมายของการเป็น “คนดี” ในโลกที่ไม่เข้าใจเขา
4. ฉากสู้ดิบ สมจริง และทรงพลัง
ไม่ว่าจะเป็นการใช้หมัดยักษ์ Right Hand of Doom หรือฉากบู๊ในพื้นที่แคบ ล้วนออกแบบมาอย่างยอดเยี่ยม
=============================
Hellboy กับกระแสในไทย – ทำไมคนไทยถึงรักเรื่องนี้
ในประเทศไทย Hellboy เป็นหนึ่งในหนังที่ถูกแชร์ฉากเด่น ๆ อย่างกว้างขวาง ไม่ว่าจะเป็น
-
ฉากต่อสู้กับปีศาจ
-
ฉากปล่อยมุกกวน ๆ ของ Hellboy
-
ฉากสัตว์ประหลาดสุดล้ำจากฝีมือ del Toro
-
ฉากแอ็กชันแบบจัดหนัก
คอหนังไทยหลายคนยกให้ Hellboy เป็นหนังที่ “ดูได้เรื่อย ๆ ไม่เบื่อ” เพราะหนังมีเสน่ห์เฉพาะตัวทั้งภาพ เนื้อหา และตัวละคร ยิ่งดูยิ่งรัก และยิ่งบอกต่อไม่หยุดปาก
=============================
ความสำเร็จระดับโลก – รางวัลและคำชมที่ช่วยตอกย้ำความเป็นตำนาน
Hellboy เวอร์ชัน 2004 และ 2008 ถูกยกย่องว่าเป็นหนึ่งในแฟนตาซี–ดาร์กที่ดีที่สุดของยุคนั้น และยังสร้างชื่อให้ Guillermo del Toro กลายเป็นผู้กำกับระดับโลกในเวลาต่อมา
ในมุมของผู้ชมนานาชาติ Hellboy คือ
-
หนังที่มีงานสร้างดีมาก
-
มีตัวละครที่ “น่าจดจำที่สุดตัวหนึ่งในโลกฮีโร่”
-
มีโทนภาพเฉพาะที่ไม่มีหนังเรื่องไหนเหมือน
ความสำเร็จนี้ยังทำให้หนังกลับมาได้รับความนิยมใหม่ในการสตรีมมิ่งหลายแพลตฟอร์ม
=============================
สรุป – Hellboy หนังที่ควรดูแบบไม่มีข้อแม้
Hellboy ไม่ได้เป็นแค่หนังฮีโร่ แต่เป็นเรื่องราวการเดินทางของตัวละครที่เต็มไปด้วยความดาร์ก ความเจ็บปวด ความขบขัน และความเป็นมนุษย์ในแบบที่ซับซ้อน หนังมีทั้งความมัน ความลึก และงานศิลป์ระดับสูงที่ทำให้ทุกฉากมีน้ำหนักและน่าจดจำ
นี่คือเหตุผลที่ Hellboy กลายเป็นหนังที่ถูกบอกต่อไม่หยุด และจะยังคงถูกพูดถึงอีกหลายปีข้างหน้าอย่างแน่นอน
=============================
FAQ
-
Hellboy เหมาะกับคนที่ชอบหนังแนวไหน?
ตอบ: เหมาะกับคอหนังสายดาร์ก แฟนตาซี แอ็กชัน และคนที่ชอบฮีโร่ที่ไม่เหมือนใคร -
ต้องดูภาคไหนก่อน?
ตอบ: สามารถเริ่มที่เวอร์ชัน 2004 ก่อนได้ หรือเลือกเวอร์ชัน 2019 ก็ได้ ขึ้นอยู่กับสไตล์ที่ชอบ -
Hellboy เวอร์ชันไหนดีที่สุด?
ตอบ: แฟนส่วนใหญ่มักโหวตให้เวอร์ชัน del Toro เพราะมีสไตล์โดดเด่นและ Ron Perlman เล่นได้เข้าถึงบทมากที่สุด -
เด็กดูได้ไหม?
ตอบ: เหมาะกับวัยรุ่นและผู้ใหญ่ เพราะมีฉากรุนแรงและสัตว์ประหลาดจำนวนมาก -
Hellboy เป็นฮีโร่หรือปีศาจกันแน่?
ตอบ: เขาเป็นปีศาจที่ถูกเลี้ยงดูด้วยความรัก และพยายามเป็นคนดีในโลกที่ไม่เข้าใจเขา -
Hellboy จะมีภาคใหม่อีกไหม?
ตอบ: มีข่าวการวางแผนจักรวาลใหม่ของ Hellboy อยู่เรื่อย ๆ แฟน ๆ คาดหวังว่าจะได้เห็นโฉมใหม่ในอนาคตอันใกล้
=============================
=============================
