ในโลกภาพยนตร์ที่เต็มไปด้วยซูเปอร์ฮีโร่มากมาย Hellboy คือหนึ่งในตัวละครที่โดดเด่นและแตกต่างที่สุดอย่างไม่ต้องสงสัย ถึงจะไม่ใช่ฮีโร่สวมเกราะวิบวับ ไม่ได้บินได้ และไม่ใช่คนหล่อหน้าใส แต่ Hellboy กลับมีเสน่ห์เฉพาะตัวที่ทำให้แฟนหนังทั่วโลกตกหลุมรัก ไม่ว่าจะเป็นความดาร์ก อารมณ์ขันแบบแห้ง ๆ บุคลิกกวน ๆ หรือความเป็นปีศาจที่พยายามใช้ชีวิตแบบมนุษย์ ความขัดแย้งของตัวละครนี้คือหัวใจสำคัญที่ทำให้หนัง Hellboy เป็น “หนังดีที่ดูเมื่อไรก็สนุก” และยังคงถูกพูดถึงอย่างต่อเนื่องแม้เวลาจะผ่านไปหลายปี
ความนิยมของ Hellboy นั้นไม่เคยจางหาย กระแสหนังเวอร์ชันคลาสสิกจากการกำกับของ Guillermo del Toro ยังคงถูกยกย่องเสมอว่าเป็นโคตรหนังแฟนตาซี–ดาร์กที่ดีที่สุดเรื่องหนึ่ง ในขณะที่เวอร์ชันรีบูตปี 2019 ก็เรียกความสนใจจากแฟนรุ่นใหม่ได้ไม่น้อย หนังทั้งสองยุคจึงรวมกันกลายเป็นตำนานที่ยังส่งแรงสั่นสะเทือนในวงการหนังฮีโร่จนถึงทุกวันนี้
=============================
ประวัติ Hellboy – จากคอมิกดาร์กโทนสู่หนังในดวงใจของคนทั้งโลก
Hellboy ถือกำเนิดในปี 1993 จากฝีมือของ Mike Mignola ค่าย Dark Horse Comics ตัวละครนี้ออกแบบขึ้นแบบตั้งใจให้แตกต่างจากฮีโร่ทั่ว ๆ ไป เขาเป็นปีศาจที่ถูกเรียกขึ้นมาจากนรก แต่กลับถูกเลี้ยงดูในฐานะมนุษย์โดยองค์กรลับ B.P.R.D. เพื่อให้กลายเป็นผู้ปกป้องโลกจากภัยเหนือธรรมชาติ
องค์ประกอบของ Hellboy ทำให้เขามีเสน่ห์ไม่เหมือนใคร
-
ผิวสีแดงฉาน
-
เขาที่ถูกตะไบออกจนเหลือโคน
-
แขนขวาขนาดยักษ์ “Right Hand of Doom”
-
อารมณ์ขันกวน ๆ
-
แต่มีหัวใจของมนุษย์ที่อบอุ่น
นี่คือความขัดแย้งในเชิงศิลปะและเรื่องราวที่ทำให้คนอ่านสนใจตัวละครนี้ทันทีเมื่อเปิดคอมิกครั้งแรก นอกจากนี้ ลายเส้นอันมีเอกลักษณ์ของ Mike Mignola ยังทำให้ Hellboy กลายเป็นผลงานระดับไอคอนที่นักอ่านการ์ตูนทั่วโลกยกย่อง

=============================
การก้าวสู่จอภาพยนตร์ – จุดที่ทำให้ Hellboy กลายเป็นตำนานจริง ๆ
ในปี 2004 ผู้กำกับ Guillermo del Toro ได้นำ Hellboy มาสู่จอเงิน และนี่คือจุดเริ่มต้นของความโด่งดังในระดับมหาศาล หนังเวอร์ชันนี้ถูกยกให้เป็นหนึ่งในหนังฮีโร่ที่ดีที่สุดก่อนยุค MCU เพราะมีครบทั้ง
-
งานอาร์ตสุดประณีต
-
ดีไซน์ตัวละครงดงามดั่งงานปั้น
-
โทนภาพแฟนตาซี–กอธิก
-
เรื่องราวเข้มข้น
-
คาแรกเตอร์กวน ๆ แต่มีหัวใจ
Ron Perlman ในบท Hellboy สามารถถ่ายทอดตัวละครได้อย่างสมบูรณ์แบบจนแฟน ๆ เรียกร้องอยากให้เขารับบทนี้ตลอดไป ความสำเร็จนี้ทำให้มีภาคต่อ Hellboy II: The Golden Army ในปี 2008 ซึ่งได้รับเสียงชื่นชมมากยิ่งกว่าเดิม
=============================
Hellboy 2019 – ความพยายามรีบูตเพื่อขยายจักรวาลใหม่
ในปี 2019 มีการสร้าง Hellboy แบบรีบูตใหม่ นำแสดงโดย David Harbour โทนหนังในเวอร์ชันนี้มีความ
-
ดิบ
-
รุนแรง
-
หนักแน่น
-
และคืนกลิ่นอายคอมิกต้นฉบับมากขึ้น
แม้เสียงวิจารณ์จะหลากหลาย แต่ก็ทำให้ Hellboy ถูกพูดถึงอย่างหนาแน่น และยังสร้างฐานแฟนใหม่จำนวนมากทั่วโลก ความพยายามรีบูตครั้งนี้จึงเป็นอีกหนึ่งจุดที่ทำให้ Hellboy กลับมาคึกคักในแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งและโซเชียลต่าง ๆ แม้เวลาจะผ่านไปหลายปี
=============================
สไตล์และโทนหนังที่ทำให้ Hellboy ไม่เหมือนใคร
หนึ่งในความสำเร็จของ Hellboy คือ “โทนหนังที่มีเอกลักษณ์” ซึ่งประกอบด้วย
-
ความดาร์กแบบกอธิก
-
สัตว์ประหลาดดีไซน์สุดล้ำ
-
เรื่องราวเหนือธรรมชาติที่ผสมตำนานจากหลายวัฒนธรรม
-
บทที่มีความกวนแบบเสียดสีสังคม
-
ฉากแอ็กชันดิบ สมจริง และหนักข้อ
ไม่ว่าจะเป็นเวอร์ชัน del Toro หรือเวอร์ชันรีบูต ล้วนแต่มีสไตล์เฉพาะตัวที่เห็นเพียงไม่กี่วินาที ก็รู้ทันทีว่า “นี่คือโลกของ Hellboy”
=============================
เสน่ห์ของตัวละคร Hellboy – ดิบ เท่ และมีหัวใจ
เหตุผลที่ผู้ชมรัก Hellboy ไม่ใช่เพราะเขาเป็นฮีโร่ แต่เพราะเขา “เป็นมนุษย์ในร่างปีศาจ” ที่มีความรู้สึกเหมือนคนธรรมดา เขาต้องรับมือกับ
-
ความโดดเดี่ยว
-
ชะตากรรมที่ถูกกำหนดไว้
-
ความไม่เข้าใจจากโลกภายนอก
-
และความต้องการใช้ชีวิตแบบปกติ
แต่ถึงอย่างนั้น เขาก็ยังลุกขึ้นมาสู้เพื่อปกป้องมนุษย์ซึ่งส่วนใหญ่ไม่ยอมรับเขา ความขัดแย้งนี้คือหัวใจสำคัญที่ทำให้ Hellboy กลายเป็นตัวละครที่ “สมจริงอย่างน่าแปลกใจ” และเป็นที่รักของผู้ชมมากมาย
=============================
กระแสความนิยมทั่วโลก – ทำไม Hellboy แรงข้ามปีไม่เลิก
Hellboy ถูกพูดถึงอย่างต่อเนื่องเพราะหลายเหตุผล ได้แก่
-
ดีไซน์ตัวละครที่โดดเด่นมาก – ไม่มีฮีโร่คนไหนเหมือน
-
งานภาพและอาร์ตไดเรกชันระดับตำนาน
-
เนื้อเรื่องเข้มกระแทกใจ มีความเป็นผู้ใหญ่สูง
-
มีทั้งฮา ทั้งดาร์ก ทั้งลึก
-
ฉากสู้ที่เทพสุดในหนังฮีโร่ยุคก่อน MCU
-
ฐานแฟนเหนียวแน่นทั่วโลก
-
ถูกพูดถึงในโลกออนไลน์ตลอดเวลา
สำหรับประเทศไทย Hellboy เป็นหนึ่งในหนังที่ถูกแชร์ซีนดัง ๆ มากมาย ทั้งฉากสู้สุดโหด ฉากสัตว์ประหลาด และฉากกวน ๆ ที่แฟนไทยชอบกันสุด ๆ
=============================
ความสำเร็จและรางวัลที่ตอกย้ำความยอดเยี่ยมของ Hellboy
Hellboy เวอร์ชัน 2004 ได้รับคำชมในงานสร้างระดับสูง เช่น
-
เมกอัพเอฟเฟกต์
-
งานสร้างสิ่งมีชีวิตแฟนตาซี
-
การกำกับที่ละเอียดลออ
ภาคปี 2008 ได้รับเสียงชื่นชมอย่างร้อนแรงว่ามีงานภาพที่สมบูรณ์แบบและตัวละครที่มีความลึกมากขึ้น ขณะที่ภาครีบูตปี 2019 ถึงแม้เสียงวิจารณ์จะต่างกัน แต่ก็ยังถูกพูดถึงในด้านงานคอสตูม การออกแบบสัตว์ประหลาด และฉากบู๊สุดดิบ
=============================
สรุป – Hellboy หนังดีตลอดกาลที่ควรดูสักครั้งในชีวิต
Hellboy ไม่ใช่แค่หนังฮีโร่ แต่เป็น “งานศิลปะบนจอภาพยนตร์” ที่ผสมผสาน
-
ตำนาน
-
ปีศาจ
-
มนุษย์
-
อารมณ์ขัน
-
ความดาร์ก
-
และการต่อสู้แบบจัดเต็ม
นี่คือเหตุผลที่ Hellboy ยังคงแรงและถูกพูดถึงข้ามปี และกลายเป็นหนังที่คุณควรดูอย่างน้อยหนึ่งครั้งเพื่อสัมผัสเสน่ห์ของฮีโร่สายดาร์กที่โดดเด่นที่สุดในวงการหนัง
=============================
FAQ
-
ต้องดู Hellboy ทุกภาคไหมถึงจะเข้าใจ?
ตอบ: ไม่จำเป็น แต่การดูเวอร์ชัน 2004 และ 2008 จะทำให้เข้าใจตัวละคร Hellboy ในเชิงลึกมากขึ้น -
Hellboy เป็นฮีโร่หรือปีศาจกันแน่?
ตอบ: เขาเป็นปีศาจที่ถูกเลี้ยงดูด้วยความรัก และเลือกจะทำสิ่งที่ถูกต้อง จึงเป็นฮีโร่ในแบบของตัวเอง -
เด็กดูได้ไหม?
ตอบ: เสนอสำหรับวัยรุ่นขึ้นไป เพราะมีฉากรุนแรงและสัตว์ประหลาดจำนวนมาก -
ทำไม Hellboy ถึงโด่งดังมาก?
ตอบ: เพราะตัวละครมีเอกลักษณ์ เนื้อเรื่องลึกฉลาด และงานสร้างสุดประณีต -
เวอร์ชันไหนดีที่สุด?
ตอบ: แฟนส่วนใหญ่ยกให้เวอร์ชัน del Toro เป็นตำนาน แต่เวอร์ชันรีบูตก็มีสไตล์ที่ดิบและหนักแน่นกว่า -
Hellboy จะมีภาคใหม่หรือไม่?
ตอบ: มีแผนพัฒนาโปรเจกต์ใหม่ของแฟรนไชส์อยู่เสมอ โดยสตูดิโอกำลังวางทิศทางให้ออกมาเข้มข้นและดาร์กกว่าเดิม
=============================


