เมื่อพูดถึง “ฮีโร่ในระดับตำนาน” ที่ไม่ได้มีภาพลักษณ์เหมือนซูเปอร์ฮีโร่ทั่วไป แต่เต็มไปด้วยมิติ ความดาร์ก และเสน่ห์เฉพาะตัว Hellboy คือชื่อที่แฟนหนังหลายคนจะนึกถึงทันที ไม่ว่าจะเป็นเวอร์ชันคลาสสิก หรือเวอร์ชันใหม่ในช่วงที่ผ่านมา Hellboy ยังคงเป็นตัวละครที่ได้รับการพูดถึงอย่างต่อเนื่อง ทั้งในด้านสไตล์ งานศิลป์ เนื้อเรื่อง และความแตกต่างจากหนังฮีโร่กระแสหลักอื่น ๆ
Hellboy ไม่ใช่ฮีโร่หน้าใสผู้สมบูรณ์แบบ หากแต่เป็น “ปีศาจแดง” ผู้พยายามต่อสู้กับโชคชะตาที่ถูกกำหนดไว้ตั้งแต่เกิด เขาถูกเลี้ยงดูแบบมนุษย์ และเติบโตด้วยคำถามในใจว่าเขาควรเป็นใคร ระหว่างการเป็นอาวุธแห่งหายนะหรือฮีโร่ที่ปกป้องโลก ความขัดแย้งในตัวละครทำให้หนัง Hellboy ทุกรุ่นกลายเป็นหนังที่ทรงเสน่ห์ ดูสนุก และมีเนื้อหาที่เฉียบคมจนหลายคนต้องดูซ้ำ
=============================
ประวัติของ Hellboy – จากหนังสือการ์ตูนหัวดำสู่ฮีโร่ดังระดับโลก
Hellboy ถูกสร้างโดย Mike Mignola ในปี 1993 ภายใต้ค่าย Dark Horse Comics จุดเด่นของเขาคือ
-
รูปร่างใหญ่ สีแดง
-
เขาที่ถูกตะไบออก
-
หางยาว
-
แขนขวาที่เป็น “Right Hand of Doom”
-
และบุคลิกกวน เสียดสี โลกไม่สวย แต่จิตใจดี
สิ่งที่ทำให้ Hellboy โด่งดังแตกต่างจากฮีโร่รายอื่นคือ ความดาร์กผสมความฮาแบบแบล็กคอมเมดี้ และการตีความโลกเหนือธรรมชาติผ่านภาพลักษณ์ที่มีศิลปะแบบกอธิก ผสมตำนานโบราณหลายประเทศเข้าด้วยกันอย่างลงตัว
เมื่อ Hellboy ถูกสร้างเป็นภาพยนตร์ในปี 2004 โดยผู้กำกับ Guillermo del Toro ความนิยมของตัวละครก็พุ่งขึ้นมหาศาลทั่วโลก การตีความแบบแฟนตาซี–กอธิกที่เต็มไปด้วยดีเทลลึก ส่งให้หนังกลายเป็นหนึ่งในผลงานที่ถูกยกย่องมากที่สุดในยุคนั้น และยังคงสร้างฐานแฟนเหนียวแน่นจวบจนทุกวันนี้
=============================
Guillermo del Toro กับการสร้าง Hellboy เวอร์ชันคลาสสิกที่ยืนหนึ่งในใจผู้ชม
ภาคปี 2004 และ Hellboy II: The Golden Army ปี 2008 ถือเป็นผลงานที่หลายสื่อยกให้เป็น “หนังซูเปอร์ฮีโร่ที่ดีที่สุดในยุคก่อน MCU” ความโดดเด่นอยู่ที่
-
งานภาพสุดล้ำ
-
ตัวละครมีมิติ
-
โลกของปีศาจและเทพนิยายถ่ายทอดได้สวยงาม
-
Ron Perlman ถ่ายทอดความเป็น Hellboy ได้สมบูรณ์แบบ
แฟนหนังจำนวนมากยังคงพูดถึงเวอร์ชันนี้อยู่เสมอ เพราะมันมีทั้งหัวใจ เนื้อหา และสไตล์ที่เป็นเอกลักษณ์ ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำให้ Hellboy อยู่ในใจผู้ชมมายาวนานจนถึงทุกวันนี้
=============================
Hellboy ฉบับรีบูตปี 2019 – ความตั้งใจใหม่ในการขยายจักรวาล
ในปี 2019 มีการสร้าง Hellboy แบบรีบูตใหม่ นำแสดงโดย David Harbour จุดเด่นคือโทนเรื่องที่หนักขึ้น ดิบขึ้น และเน้นความเป็นตำนานโบราณมากขึ้น แม้เสียงตอบรับอาจแตกต่างกัน แต่แฟนจำนวนมากกลับชื่นชอบมุมมองใหม่ ๆ ของตัวละคร โดยเฉพาะฉากต่อสู้สุดโหด และงานเมกอัพที่เน้นความดาร์กมากกว่าเวอร์ชันเก่า
หนังภาครีบูตนี้ทำให้แฟนรุ่นใหม่เริ่มรู้จัก Hellboy และกลับไปตามอ่านคอมิกและชมเวอร์ชันเก่าอีกครั้ง ทำให้กระแส Hellboy กลับมาฟื้นขึ้นอย่างชัดเจนในหลายประเทศ รวมถึงในไทยด้วย
=============================
จุดเด่นของตัวละคร Hellboy – ไม่เหมือนฮีโร่คนไหน
Hellboy เป็นหนึ่งในฮีโร่ที่มีเอกลักษณ์ที่สุดในโลก เพราะเขา
-
เป็นปีศาจ แต่มีหัวใจของมนุษย์
-
กวน ๆ ปากดี แต่มีความเมตตา
-
เก่งกาจ แต่ยังมีความไม่มั่นใจในตัวเอง
-
แบกชะตากรรมใหญ่หลวง แต่ยังอยากมีชีวิตธรรมดา
ความขัดแย้งทางอารมณ์นี้ทำให้ผู้ชมรู้สึกเข้าถึงเขาได้มากกว่า “ฮีโร่ผู้สมบูรณ์แบบ” ทั่วไป Hellboy จึงเป็นตัวละครที่หลายคนรักและเอาใจช่วยไม่ว่าจะอยู่ในเวอร์ชันใด
=============================
แนวทางการเล่าเรื่อง – ผสมผสานดราม่า แอ็กชัน ตำนาน และสยองขวัญ
หนัง Hellboy ทุกภาคมีองค์ประกอบร่วมที่โดดเด่น เช่น
-
ปีศาจและสัตว์ประหลาดดีไซน์สุดล้ำ
-
เรื่องราวเกี่ยวกับตำนานต่างประเทศ
-
การต่อสู้แบบดิบ ดุดัน
-
บทพูดกวน ๆ แต่มีสาระ
-
ฉากฟันดาบ ยิงปืน และปล่อยพลังแบบจัดเต็ม
นี่คือเหตุผลที่ Hellboy ไม่เคยตกยุค เพราะมีความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่ไม่ซ้ำกับหนังซูเปอร์ฮีโร่สมัยใหม่
=============================
กระแสความนิยมทั่วโลก – ทำไม Hellboy ยังถูกพูดถึงไม่หยุด
-
ดีไซน์ตัวละครเท่ไม่เหมือนใคร
-
เนื้อเรื่องลึกและมีความเป็นศิลปะสูง
-
เป็นตำนานหนังที่ผู้ชมรุ่นใหม่หันกลับมาค้นหา
-
เวอร์ชันของ del Toro ยังถูกยกย่องว่าเป็นงานคลาสสิก
-
ฐานแฟนเหนียวแน่นที่สุดแฟรนไชส์หนึ่งในวงการคอมิก
-
รีบูตปี 2019 ทำให้กระแสกลับมาปะทุอีกครั้ง
ในไทย Hellboy ถูกพูดถึงในกลุ่มคอหนัง แฟนคอมิก และผู้ที่ชอบหนังสายดาร์กจำนวนมาก โดยเฉพาะการแชร์ซีนเท่ ๆ และประโยคจำอย่าง “อ๊ะ งั้นก็มา!” ที่แฟนไทยชอบหยิบมาแซวกัน
=============================
ความสำเร็จด้านผลงาน – รางวัลและคำชมที่ตอกย้ำตำนาน
Hellboy เวอร์ชันปี 2004 ได้รับคำชมในหลายด้าน เช่น
-
งานอาร์ตไดเรกชัน
-
เมกอัพเอฟเฟกต์
-
การออกแบบตัวละคร
-
ความโดดเด่นของ Ron Perlman
เวอร์ชันนี้ยังเป็นหนึ่งในหนังที่ช่วยให้ Guillermo del Toro กลายเป็นผู้กำกับระดับโลก ก่อนจะได้รับออสการ์จากผลงานอื่นในภายหลัง
ในขณะเดียวกัน บทของ Hellboy ได้รับการยอมรับว่าเป็นคาแรกเตอร์ชายที่มีความลึกมากสุดตัวหนึ่งในโลกฮีโร่ เพราะเขาไม่ใช่แค่ “สู้กับปีศาจ” แต่ต้อง “สู้กับโชคชะตาของตัวเอง”
=============================
สรุป – เหตุผลที่ Hellboy เป็นหนังระดับตำนานที่คุณควรดูสักครั้ง
Hellboy คือหนังที่ผสมผสานทุกอย่างเข้าด้วยกันได้อย่างลงตัว ไม่ว่าจะเป็น
-
แอ็กชัน
-
ความดาร์กแบบแฟนตาซี
-
ความเป็นตำนาน
-
มนุษยธรรมในตัวปีศาจ
-
ตัวละครที่เท่และน่าจดจำ
นี่คือเหตุผลที่ Hellboy กลายเป็นหนังที่ยังถูกพูดถึงแม้เวลาจะผ่านไปหลายปี และยังเป็นหนึ่งใน “ฮีโร่ที่ไม่ใช่ฮีโร่แบบทั่วไป” ที่แฟนหนังทั่วโลกต่างชื่นชม หากคุณยังไม่เคยดู นี่คือหนึ่งในหนังที่ควรเก็บลงลิสต์อย่างยิ่ง
=============================
FAQ
-
Hellboy เป็นฮีโร่หรือปีศาจกันแน่?
ตอบ: เขาเป็นปีศาจโดยกำเนิด แต่เลือกทำในสิ่งที่ถูกต้อง จึงเป็นฮีโร่ในแบบของตัวเอง -
ต้องดู Hellboy ทุกภาคหรือไม่?
ตอบ: ไม่จำเป็น แต่การดูทั้งเวอร์ชัน 2004 และ 2008 จะช่วยให้เข้าใจตัวละครมากขึ้น -
Hellboy เวอร์ชัน 2019 ต่างจากเวอร์ชันคลาสสิกยังไง?
ตอบ: โทนดาร์กกว่า รุนแรงกว่า และตีความตัวละครให้โหดขึ้น -
หนังเหมาะกับเด็กไหม?
ตอบ: ไม่มาก เหมาะกับวัยรุ่นขึ้นไปเพราะมีฉากสยองและรุนแรง -
Hellboy มีโอกาสสร้างภาคต่ออีกไหม?
ตอบ: มีข่าวทิศทางใหม่ของแฟรนไชส์อยู่เสมอ ขึ้นอยู่กับสตูดิโอและทิศทางตลาด -
ทำไม Hellboy ถึงถูกยกให้เป็นหนังในระดับตำนาน?
ตอบ: เพราะตัวละครมีเอกลักษณ์ เนื้อเรื่องลึก งานภาพโดดเด่น และเป็นการผสมผสานแฟนตาซี–ดาร์กได้ลงตัวที่สุดเรื่องหนึ่ง
=============================

